top of page

แนวโน้มตลาดในประเทศ ในปี 2026 อุตสาหกรรมไหนดี อุตสาหกรรมไหนต้องระวังบ้าง

  • รูปภาพนักเขียน: Aktivist Admins
    Aktivist Admins
  • 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

ปี 2026 เป็นปีที่ตลาดในประเทศของไทยเข้าสู่ช่วง “ตั้งหลักใหม่” อย่างแท้จริง หลังจากผ่านทั้งวิกฤต การฟื้นตัวแบบไม่สม่ำเสมอ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภค สิ่งที่เห็นชัดคือ เศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงเติบโตแบบเร่งตัว ธุรกิจจึงไม่สามารถใช้สูตรเดิม ๆ ในการทำตลาดได้อีกต่อไป



จากมุมมองนักวิเคราะห์ตลาด ภาพรวมปี 2026 จะเป็นปีของการแข่งขันเชิงคุณค่า (Value-based Competition) มากกว่าการแข่งขันเชิงปริมาณ ผู้ประกอบการที่เข้าใจทิศทางอุตสาหกรรม และวางตำแหน่งธุรกิจได้ถูก จะยังเติบโตได้ แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้นทุนสูงและผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น


ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2026 เป็นรูปแบบการเติบโตแบบมีเงื่อนไข

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2026 จะขับเคลื่อนด้วยการบริโภคในประเทศเป็นหลัก แต่เป็นการบริโภคที่มีเงื่อนไข ผู้บริโภคยังคงใช้จ่าย แต่เลือกมากขึ้น เปรียบเทียบมากขึ้น และต้องเห็น “ความคุ้มค่า” อย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังคงอยู่ในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ค่าโลจิสติกส์ หรือวัตถุดิบ ทำให้ธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน หรือพึ่งพาการทำกำไรต่อหน่วยต่ำ จะเริ่มเผชิญแรงกดดันอย่างจริงจัง ภาพนี้สะท้อนว่าปี 2026 ไม่ใช่ปีของการขยายแบบรวดเร็ว แต่เป็นปีของการจัดโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแรง


อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตดีในปี 2026

อุตสาหกรรมสุขภาพยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในตลาดไทย ไม่ใช่เพียงเพราะโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่เพราะทัศนคติของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นการรักษาเมื่อป่วย มาเป็นการลงทุนเพื่อป้องกันและดูแลสุขภาพในระยะยาว การเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ขยายไปถึงคลินิกเฉพาะทาง ธุรกิจ Wellness อาหารเพื่อสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพจิต ซึ่งสะท้อนความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้จะไม่ใช่ตลาดของผู้เล่นที่ขาดความน่าเชื่อถือ แบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างความไว้วางใจ หรือขาดมาตรฐาน จะถูกคัดกรองออกอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่แข็งแรง แต่รูปแบบการแข่งขันเปลี่ยนไปจากการเน้นปริมาณ มาเป็นการเน้นคุณภาพ แบรนด์ และประสบการณ์ ผู้บริโภคไทยในปี 2026 ให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และความสะดวกสบายมากขึ้น ธุรกิจอาหารที่ปรับตัวเข้าสู่โมเดลใหม่ เช่น อาหารพร้อมทานคุณภาพสูง หรือแบรนด์ที่สามารถขยายจากหน้าร้านสู่ช่องทางออนไลน์ จะมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างมากกว่าร้านอาหารแบบดั้งเดิม


อีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญคือกลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยี และ AI ซึ่งในปี 2026 จะไม่ใช่เรื่องของนวัตกรรมล้ำสมัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการทำธุรกิจ บริษัทไทยจำนวนมากเริ่มใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าธุรกิจที่ไม่ลงทุนด้านดิจิทัล จะเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะกลาง แม้จะยังอยู่รอดในระยะสั้นก็ตาม


อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมค้าปลีกแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ร้านค้าที่พึ่งพาการขายหน้าร้านเป็นหลัก และไม่มีข้อมูลลูกค้าในมือ จะเสียเปรียบแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างชัดเจน แม้ค้าปลีกจะไม่หายไปจากตลาด แต่รูปแบบที่ไม่สามารถเชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อย ๆ


อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในปี 2026 ยังคงมีโอกาส แต่ไม่ใช่ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่าง ซึ่งเผชิญทั้งภาวะอุปทานล้นตลาด และกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าภาพลักษณ์โครงการ อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีความแตกต่าง หรือพัฒนาโดยไม่อิงดีมานด์จริง จะเผชิญความเสี่ยงด้านสต็อกและสภาพคล่อง


นอกจากนี้ ธุรกิจที่ยังแข่งขันด้วยราคาต่ำเป็นหลัก จะเผชิญความเปราะบางสูงในปี 2026 เนื่องจากต้นทุนไม่ลดลงตามราคา การไม่มีแบรนด์ ไม่มีความแตกต่าง และไม่มีความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง


พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไป

ผู้บริโภคไทยในปี 2026 ไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น ความเชื่อมั่นไม่ได้มาจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่มาจากประสบการณ์จริง รีวิว และความสม่ำเสมอของแบรนด์ ธุรกิจที่สื่อสารเกินจริง หรือไม่ตรงกับคุณภาพที่ส่งมอบ จะสูญเสียความน่าเชื่อถืออย่างรวดเร็ว จากมุมมองการตลาด ปี 2026 คือยุคที่แบรนด์ต้องทำหน้าที่มากกว่าการขายสินค้า แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจในระยะยาว


เมื่อมองภาพรวมตลาดในประเทศปี 2026 จะพบว่านี่ไม่ใช่ปีของการขยายตัวแบบหวือหวา แต่เป็นปีของการคัดกรองเชิงคุณภาพ อุตสาหกรรมที่เข้าใจโครงสร้างประชากร เทรนด์ผู้บริโภค และใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย จะยังเติบโตได้อย่างมั่นคง ในขณะที่ธุรกิจที่ยึดติดกับรูปแบบเดิม และแข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก จะเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ปี 2026 จึงไม่ใช่ปีของธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด หรือเสียงดังที่สุด แต่เป็นปีของธุรกิจที่เข้าใจตลาดลึกที่สุด และปรับตัวได้เร็วที่สุดในบริบทของเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร

ความคิดเห็น


bottom of page